ปัจจัยส่วนบุคคล
อายุ: ผู้บริโภคในแต่ละช่วงอายุมีความต้องการและความชอบที่แตกต่างกันลิปสติกผู้บริโภควัยหนุ่มสาวอาจชอบสีสันสดใสและทันสมัย เช่น สีแดงสดและสีชมพูสด เพื่อแสดงออกถึงบุคลิกและความมีชีวิตชีวา ในขณะที่ผู้บริโภควัยผู้ใหญ่ อาจชอบโทนสีที่เรียบง่ายและมั่นคง เช่น สีโทนน้ำตาลอ่อน สีโทนเนื้อ เพื่อความสง่างามและความมีระดับ
สีผิว: สีผิวเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อลิปสติก ผู้บริโภคที่มีสีผิวอ่อนกว่ามักจะเลือกใช้ลิปสติกสีที่อ่อนกว่าผิวผู้ที่มีผิวสีแทนเหมาะกับลิปสติกหลากหลายสี โดยเฉพาะเฉดสีโทนเย็น เช่น สีแดงกุหลาบ สีแดงอมน้ำเงิน จะช่วยให้ผิวดูขาวกระจ่างใสขึ้น ส่วนผู้ที่มีผิวสีเหลืองเหมาะกับลิปสติกเฉดสีโทนอบอุ่น เช่น สีส้มแดง สีปะการัง ซึ่งจะช่วยให้ผิวดูสว่างขึ้น และผู้ที่มีผิวสีเข้มเหมาะกับสีที่เข้มข้นและอิ่มตัว เช่น สีน้ำตาลเข้ม สีแดงไวน์ เพื่อขับเน้นบุคลิกให้โดดเด่น

สไตล์ส่วนตัว: สไตล์การแต่งกายส่วนตัว นิสัยการแต่งหน้าในชีวิตประจำวัน ฯลฯ จะส่งผลต่อความชอบในการเลือกซื้อลิปสติกเช่นกัน ผู้บริโภคที่ชอบสไตล์ที่ดูอวบอิ่มอาจเลือกเฉดสีชมพูหรือพีช ในขณะที่ผู้บริโภคในยุโรปและอเมริกาอาจชอบลิปสติกสีเข้มแบบแมตต์ เช่น สีช็อกโกแลต สีโทนประจำเดือน เป็นต้น
ปัจจัยผลิตภัณฑ์
สี: สีเป็นปัจจัยหลักที่ผู้บริโภคพิจารณาเมื่อเลือกซื้อลิปสติก เทรนด์แฟชั่น การเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล ฯลฯ สามารถส่งผลต่อความชอบสีของผู้บริโภคได้ เช่น ฤดูใบไม้ผลิอาจนิยมสีชมพูสดใส สีส้ม ในขณะที่ฤดูหนาวมักจะนิยมสีแดงเข้ม สีน้ำตาล
เนื้อสัมผัส: ลิปสติกมีเนื้อสัมผัสหลากหลาย เช่น เนื้อแมตต์ เนื้อชุ่มชื้น เนื้อกำมะหยี่ เนื้อเคลือบเงา เป็นต้น ผู้ที่มีริมฝีปากแห้งอาจชอบลิปสติกเนื้อชุ่มชื้น ในขณะที่ผู้ที่ต้องการแต่งหน้าให้ดูดีขึ้นอาจเลือกใช้ลิปสติกเนื้อแมตต์
แบรนด์และชื่อเสียง: แบรนด์ที่มีชื่อเสียงมักมีการรับประกันคุณภาพและภาพลักษณ์แบรนด์ที่สูงกว่า และผู้บริโภคอาจเลือกซื้อลิปสติกจากแบรนด์นั้นๆ เพราะความเชื่อมั่นและความชื่นชอบในแบรนด์นั้นๆ การบอกต่อและการประเมินจากผู้ใช้ก็มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคเช่นกัน ตัวอย่างเช่น การบอกต่อที่ดีเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ได้เรียนรู้ผ่านโซเชียลมีเดียและการแนะนำจากบล็อกเกอร์ด้านความงามจะช่วยเพิ่มความตั้งใจในการซื้อของผู้บริโภค
การออกแบบบรรจุภัณฑ์: การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามสามารถดึงดูดสายตาของผู้บริโภคและเพิ่มความน่าสนใจของผลิตภัณฑ์ได้ รูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ เนื้อสัมผัสที่ดีของบรรจุภัณฑ์ ฯลฯ อาจกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ผู้บริโภคเลือกใช้
ปัจจัยทางการตลาด
การโฆษณา: ความเข้มข้นของการโฆษณาและวิธีการประชาสัมพันธ์ของแบรนด์มีผลกระทบอย่างมากต่อผู้บริโภค การประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวางผ่านโฆษณาทางทีวี นิตยสารแฟชั่น โฆษณาออนไลน์ และช่องทางอื่นๆ สามารถเพิ่มการมองเห็นและการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ ตัวอย่างเช่น บางแบรนด์เชิญดาราชื่อดังมาเป็นพรีเซนเตอร์ลิปสติกและดึงดูดแฟนๆ ให้ซื้อผ่านอิทธิพลของดารา
คำแนะนำจากบิวตี้บล็อกเกอร์: ในยุคของโซเชียลมีเดีย อิทธิพลของบิวตี้บล็อกเกอร์นั้นไม่อาจมองข้ามได้ เนื้อหาแนะนำของพวกเธอ เช่น การแชร์สีและประสบการณ์การใช้งาน สามารถชี้นำพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคได้ ผู้บริโภคมักต้องการซื้อลิปสติกเพราะเห็นผลลัพธ์ของลิปสติกที่บิวตี้บล็อกเกอร์ใช้แล้ว
กิจกรรมส่งเสริมการขาย: กิจกรรมส่งเสริมการขายของร้านค้า เช่น ส่วนลด การลดราคาเต็มจำนวน ของแถม ฯลฯ จะกระตุ้นให้ผู้บริโภคซื้อลิปสติก ผู้บริโภคอาจเลือกซื้อลิปสติกที่พวกเขาไม่ได้วางแผนจะซื้อ หรือเพิ่มจำนวนการซื้อเนื่องจากข้อเสนอที่ดึงดูดใจ
ปัจจัยทางสังคมและวัฒนธรรม
วัฒนธรรมตามกระแส: เทรนด์แฟชั่นและกระแสวัฒนธรรมในปัจจุบันสามารถส่งผลต่อความชอบในการบริโภคลิปสติกได้ ตัวอย่างเช่น เมื่อแฟชั่นสไตล์วินเทจ ลิปสติกสีวินเทจ เช่น สีแดงอมน้ำเงิน สีน้ำตาลเอิร์ธโทน เป็นต้น จะได้รับความนิยมจากผู้บริโภค และเมื่อการแต่งหน้าโทนสีนู้ดธรรมชาติกำลังเป็นที่นิยม ลิปสติกสีนู้ดก็เป็นตัวเลือกยอดนิยมเช่นกัน
อิทธิพลทางสังคม: อิทธิพลจากแวดวงสังคมและคนรอบข้างของผู้บริโภคก็มีความสำคัญเช่นกัน หากเพื่อนและเพื่อนร่วมงานใช้ลิปสติกสีใดสีหนึ่ง หรือสีลิปสติกนั้นกลายเป็นที่นิยมในงานสังคม ผู้บริโภคอาจได้รับอิทธิพลให้เลือกใช้ตามกระแสได้
วันที่เผยแพร่: 17 มกราคม 2025





