มือใหม่หลายคนอาจเจอปัญหา เช่น ผงอายแชโดว์ฟุ้งกระจาย หรือเอฟเฟ็กต์การเกลี่ยอายแชโดว์ที่ไม่เป็นธรรมชาติและไม่น่าพอใจ สาเหตุอาจเกิดจากการไม่ใช้ไพรเมอร์ การใช้แปรงอายแชโดว์แรงเกินไป หรือการทำสีหน้าผิดเพี้ยนขณะทาอายแชโดว์ มาเรียนรู้วิธีการทาที่ถูกต้องกันดีกว่าอายแชโดว์ด้วยกัน!
1. ไม่รู้ว่าควรใช้ไพรเมอร์ก่อนทาอายแชโดว์
ไพรเมอร์สำหรับอายแชโดว์มีความสำคัญมาก เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ไพรเมอร์สำหรับดวงตา หรือเลือกใช้อายแชโดว์สีเดียวกับผิว แป้ง หรือแป้งฝุ่นมาใช้เป็นไพรเมอร์ก็ได้
2. ควบคุมการเกลี่ยสีอายแชโดว์ได้ไม่ดี
ขั้นแรกให้หาตำแหน่งเบ้าตา (ใต้กระดูกคิ้ว) จากนั้นลากเส้นเชื่อมมุมตาด้านในและด้านนอก และลากเส้นจากปลายเปลือกตาถึงปลายคิ้ว การแต่งหน้าแบบยุโรปและอเมริกาใช้สีอายแชโดว์หลากหลายมาก ในขณะที่การแต่งหน้าในชีวิตประจำวันจะใช้สีน้อยกว่า
3. ออกแรงกดแปรงมากเกินไปขณะทาอายแชโดว์
การออกแรงกดแป้งมากเกินไปจะทำให้การเกลี่ยไม่สม่ำเสมอ และทำให้เกิดสีไม่สม่ำเสมอได้ง่าย อีกทั้งยังควบคุมโทนสีของอายแชโดว์ได้ยาก วิธีที่ถูกต้องคือ ปล่อยให้ขนแปรงปัดเบาๆ บนเปลือกตา อย่ากดลงบนเปลือกตา
4. สีหน้าผิดเพี้ยนขณะทาอายแชโดว์
เวลาทาอายแชโดว์ เปลือกตาจะไม่ถูกวางให้แบนราบ และจะทาสีลงไปก่อนที่เปลือกตาจะถูกดึงให้ตึง ทำให้สีที่ได้ไม่สม่ำเสมออายแชโดว์และผลลัพธ์การผสมสีที่ไม่ดี วิธีที่ถูกต้องคือการลืมตาข้างหนึ่งและปิดตาอีกข้างหนึ่งเพื่อผสมสี หากไม่ได้ผล คุณสามารถใช้นิ้วช่วยได้
5. ทาอายแชโดว์ขึ้นด้านบนอย่างแรง
เมื่อใช้แป้งฝุ่น มือใหม่มักชอบใช้แปรงถูและปัดอายแชโดว์ในพาเลทอย่างแรง ทำให้แป้งฟุ้งกระจายอย่างมาก หรือแม้ว่าจะไม่มีแป้งฟุ้งกระจาย แต่ถ้าอายแชโดว์ดูหนาเกินไป ก็จะกลายเป็นการแต่งหน้าที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ
วิธีการสาธิตที่ถูกต้องคือ: ใช้แปรงค่อยๆ ทาอายแชโดว์ จากนั้นค่อยๆ ปัดสีบนหลังมือเพื่อกดผงส่วนเกินออก
6. เผลอแต่งหน้าเลียนแบบเหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวจนตาบวม
สถานการณ์นี้คือทุกคนไม่ควรใช้สีอายแชโดว์ที่เข้มกว่ามาทาเพิ่มเลเยอร์ให้ดวงตา หากเปลือกตาบวม คุณสามารถทาตามแนวอายไลเนอร์จากปลายตาไปจนถึงมุมตาได้
วันที่เผยแพร่: 25 มิถุนายน 2024






